ข่าวกิจกรรมด้านบริหารจัดการ

บุคลากรคณะสาธารณสุขศาสตร์ร่วมจัดงานแสดงมุทิตาจิต แด่ท่านผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ 2564

00

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564 บุคลากรคณะสาธารณสุขศาสตร์ร่วมจัดงานแสดงมุทิตาจิต แด่ท่านผู้เกษียณอายุราชการ ทั้งหมด 10 ท่าน ได้แก่ รศ.พิษณุ อุตตมะเวทิน, รศ.ดร.ประจักร บัวผัน, ผศ.ดร.ภัทระ แสนไชยสุริยา, ผศ.ชัชวาล กีรติวรสกุล, รศ.ดร.อุไรวรรณ อินทร์ม่วง, รศ.ดร.ดาริวรรณ เศรษฐีธรรมนางกุศล รักญาติ, นายสมจิตร วินากร, นางรัดดา ปิติ,

 นายเสวียน เพ็งพระจันทร์ โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.วงศา เล้าหศิริวงศ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์

เป็นประธานในพิธี และในพิธีมีการจัดงานในรูปแบบ On-Site และ Online

   
   
    
    

ภาพ ข่าวโดย : นายเอกฤทธิ์ ปทุมพร

 

คณาจารย์สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัยยื่นหนังสือ “การคัดค้าน ข้อ 21 (3) ของการออกกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ......”

เมื่อวันอังคารที่ 31 สิงหาคม 2564 เวลา 16.00-16.30 น. คณาจารย์สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม        อาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย รศ.ดร.พรพรรณ สกุลคู หัวหน้าสาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย ได้นำทีมคณาจารย์ จำนวนรวม 6 ท่าน คือ ผศ.ดร.ยุพรัตน์ หลิมมงคล ผศ.ดร.ฤทธิรงค์ จังโกฏิ อาจารย์นัฐชานนท์  เขาราธ อาจารย์วรวรรณ ภูชาดา และอาจารย์กชกร  อึ่งชื่น เข้าพบและยื่นหนังสือ “การคัดค้าน ข้อ 21 (3) ของการออกกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ......” ของสภาเครือข่ายสภาสถาบันการศึกษาและเครือข่ายวิชาชีพอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Professional network of occupational health and safety: PNOHS) ต่อท่านพัฒนชาต ชุมทอง สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดขอนแก่น และทีมงาน ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดขอนแก่น  ได้มีโอกาสสื่อสารวัตถุประสงค์และแลกเปลี่ยนมุมมองงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยต่อแรงงานในสถานประกอบกิจการ

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็น 1 ใน 48 สถาบันการศึกษาที่ผลิตบัณฑิตทางด้าน    อาชีวอนามัยและความปลอดภัย และเป็นทีมงานในสภาเครือข่ายสภาสถาบันการศึกษาและเครือข่ายวิชาชีพ     อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Professional network of occupational health and safety: PNOHS) ได้เล็งเห็นผลกระทบของข้อ 21(3) ของ(ร่าง) กฎกระทรวงฯ ดังกล่าว ซึ่งได้ระบุข้อ 21 (3) ไว้ว่า “ข้อ 21 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (3) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการตามบัญชี 1 และ 2 ไม่น้อยกว่า  5 ปี และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ” ซึ่งข้อ 21(3)จะส่งผลกระทบต่องานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยมีเหตุผลชี้แจง ดังนี้

ประการที่ 1 การอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพเพื่อให้ได้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพตามกฎกระทรวงฯ ข้อ 21 (3) นั้น พบว่า ยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่กำหนดชี้ชัดถึงคุณภาพที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ซึ่งความแตกต่างจากการผลิตบัณฑิตจากทางสถาบันการศึกษาที่ถูกกำกับและควบคุมคุณภาพของหลักสูตร โดยมีเกณฑ์กำหนดชัดเจนให้เรียนพื้นฐานทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างน้อย 44 หน่วยกิต โดยมีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ประกอบด้วยหมวดวิชาเฉพาะ กลุ่มวิชาบังคับพื้นฐานวิชาชีพ 5 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย 2) กลุ่มวิชาความปลอดภัย 3) กลุ่มวิชาวิศวกรรมทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือเทคโนโลยีการควบคุมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย 4) กลุ่มวิชากฎหมายอาชีวอนามัยและความปลอดภัย 5) กลุ่มวิชาสุขศาสตร์อุตสาหกรรม และ 6) กลุ่มวิชาสนับสนุนวิชาชีพอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

ประการที่ 2 จากข้อมูลสามารถผลิตบัณฑิตทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ได้ประมาณปีละ 12,000 คน โดยสถาบันที่เปิดสอนด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยทั้ง 48 แห่ง ซึ่งมีคุณสมบัติสอดคล้องตามกฎกระทรวงฯ ฉบับนี้นั้น พบว่า สามารถเข้ามาดูแลแรงงานในสถานประกอบกิจการให้ได้รับความปลอดภัยและสุขอนามัยได้เพียงพอต่อความต้องการของสถานประกอบกิจการ (เนื่องจากสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปทั่วประเทศมีเพียง 16,027 แห่ง) ดังนั้น หากมีการประกาศใช้ (ร่าง) กฎกระทรวงฯ ข้อ 21(3) ควรมีการพิจารณาข้อจำกัดเกี่ยวกับอัตราการผลิตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพ เนื่องจากจะทำให้เกิดการผลิตเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพที่มากเกินความต้องการของตลาดแรงงาน

ประการที่ 3 การทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องดูแลด้านสุขภาพและอนามัยของแรงงานได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการตระหนัก ประเมิน และควบคุมปัจจัยคุกคามที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยจากอุบัติเหตุ และโรคจากการประกอบอาชีพ ดังนั้น จำเป็นต้องสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยโดยตรง และมีการเรียนพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาชีพ   หากกำหนดคุณสมบัติทั้งด้านวุฒิการศึกษาที่กว้างและประสบการณ์ไม่เฉพาะเจาะจงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ ส่งผลให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ ตามกฎกระทรวงฯ ข้อ 21 (3) นั้นมีสมรรถนะด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานด้อยกว่าเมื่อเทียบกับผู้ที่สำเร็จการศึกษาด้านนี้โดยตรง และส่งผลต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลสำหรับการบริหารจัดการงานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่เกี่ยวข้องของกระทรวงแรงงาน ผู้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง ได้นำไปพิจารณาผลกระทบระยะสั้นและระยะยาวที่เกิดขึ้นต่องานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของประเทศไทย และเปิดโอกาสให้หาทางออกเรื่องนี้ร่วมกัน อันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติสูงสุด

 

     

 

นำเสนอข่าวโดย ผศ.ดร.ยุพรัตน์ หลิมมงคล

ภาพโดย ผศ.ดร.ฤทธิรงค์ จังโกฏิ และ อาจารย์วรวรรณ ภูชาดา

 

บุคลากรคณะสาธารณสุขศาสตร์ ร่วมแสดงความยินดีกับ ผศ.ดร.นาฏนภา ปัดชาสุวรรณ์ และ ผศ.ดร.กวินทร์ ถิ่นคำรพ เนื่องในโอกาสได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการเป็น "ผู้ช่วยศาสตราจารย์"

คณะสาธารณสุขศาสตร์ ขอแสดงความชื่นชมยินดี กับคณาจารย์ทั้ง 2 ท่าน โอกาสได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการเป็น 

"ผู้ช่วยศาสตราจารย์" (ผศ.ดร.นาฏนภา ปัดชาสุวรรณ์ และ ผศ.ดร.กวินทร์ ถิ่นคำรพ)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวจาก : Facebook คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข. / โพสต์โดย : คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข.

โครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์บุคลากรคณะสาธารณสุขศาสตร์

เมื่อวันจันทร์ ที่ 21 มิถุนายน 2564 คณะสาธารณสุขศาสตร์ จัดโครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์บุคลากร ณ ห้องตักศิลา คณะสาธารณสุขศาสตร์  เพื่อแสดงออกถึงความร่วมแรงร่วมใจ และเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยมี รศ.ดร.วงศา เล้าหศิริวงศ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ เป็นประธานในงาน ซึ่งภายในงานมีการมอบของที่ระลึกเพื่อแสดงความยินดีกับท่านคณบดีเนื่องในโอกาสได้รับการแต่งตั้ง ศาสตราจารย์ และมีการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่บุคลากรสายผู้สอน เพื่อให้เป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานต่อไป

ภาพ ข่าวโดย : นายเอกฤทธิ์ ปทุมพร

 

 

 

คณะเทคโนโลยี เข้าศึกษาเยี่ยมชมระบบบริหารงานออนไลน์ของคณะ (Digital Faculty System)

วันพุธ ที่ 9 มิถุนายน 2564 เวลา 14.00 น. คณะสาธารณสุขศาสตร์ โดย ศาสตราจารย์วงศา เล้าหศิริวงศ์ คณบดี และทีมผู้บริหาร ได้ต้อนรับคณะเทคโนโลยี ซึ่งนำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์พลฤทธิ์ จุลมนต์ รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ด้านบุคคลและสื่อสารองค์กร พร้อมบุคลากร เข้าศึกษาเยี่ยมชมระบบบริหารงานออนไลน์ของคณะ (Digital Faculty System) มาใช้เพื่อปฏิบัติงาน โดยมีโปรแกรมเมอร์จากศูนย์จัดการข้อมูลและวิเคราะห์ทางสถิติ (DAMASAC) คณะสาธารณสุขศาสตร์ นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ 1. ระบบการลาแบบดิจิทัล 2. ระบบฐานข้อมูลงานวิจัย และ 3. ระบบการจัดการโครงการ ณ ห้องประชุมสมบัติ ชัยเพ็ชร ชั้น 2 อาคารอรุณ จิรวัฒน์กุล คณะสาธารณสุขศาสตร์     

 

ภาพ ข่าวโดย : นางสาวขวัญหทัย สินเธาว์ / นายเอกฤทธิ์ ปทุมพร

 

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผนึกพลังร่วมกับสภาเครือข่ายสภาสถาบันการศึกษาและเครือข่ายวิชาชีพอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และสถาบันการศึกษาต่างๆ คัดค้านร่างกฎกระทรวงข้อ 21(3) เข้าพบเพื่อหารือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 รองศาสตราจารย์วิชัย พฤกษ์ธาราธิกูล คณาจารย์ประจำสาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย เป็นตัวแทนคณาจารย์จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่เปิดสอนหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ วิชาเอกอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และวิชาเอกอนามัยสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย ได้รับเกียรติร่วมกับสถาบันการศึกษาและสภาเครือข่ายฯวิชาชีพอาชีวอนามัยและความปลอดภัย จำนวน 10 ท่าน นำโดย รองศาสตราจารย์ วิทยา อยู่สุข เพื่อคัดค้านการแก้ไข ร่างกฎกระทรวงข้อ 21(3) คุณสมบัติของ จป.วิชาชีพที่จะมีการอบรมเพิ่มเติม (อ้างอิงกฎกระทรวงที่เคยคัดค้านข้อ 13(4)) ผลการพูดคุยประเด็นดังกล่าว ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยินดีรับไปพิจารณา

ในนามของศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน  คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอขอบพระคุณและขอชื่นชมเป็นกำลังใจให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พณฯ ท่านสุชาติ ชมกลิ่น ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลที่กรุณารับฟังประเด็นปัญหาและหาทางออกสำหรับร่างกฎกระทรวงข้อ 21(3) ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติของ จป.วิชาชีพ อันจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศชาติและแรงงานไทยสืบไป และขอขอบคุณทีมงาน กสร. ทุกท่านที่คำนึงถึงประโยชน์แก่ประเทศชาติ และห่วงใยสุขภาพและความปลอดภัยของแรงงาน

ภาพกิจกรรม

ภาพ / ข่าว : อาจารย์ กชกร  อึ่งชื่น